เว็บไซต์ dentalcouncil.or.th มีการเก็บ Cookies ซึ่งเป็นการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์


การใช้งาน Cookie ของ dentalcouncil.or.th

  • เพื่อช่วยจดจำข้อมูลเกี่ยวกับเบราว์เซอร์และการตั้งค่าของท่าน และช่วยให้ท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสบการณ์และความพึงพอใจในการใช้บริการ
  • เพื่อช่วยประเมินประสิทธิภาพและผลการให้บริการเว็บไซต์ที่ยังทำงานได้ไม่ดีและควรปรับปรุง
  • เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมและใช้บริการเว็บไซต์

  • การใช้งานเว็บไซต์
    Cookie ทีมีความจำเป็น เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์
    จำเป็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

ผลแห่งคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด


ผลแห่งคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

(คดีปกครองหมายเลขแดงที่ อ.652/2569)

  เรื่องนี้เริ่มจากร่างพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ... จะมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ซึ่งกำหนดให้ทันตแพทย์ทุกคนที่ครอบครองเครื่องเอกซเรย์ทางทันตกรรมต้องอยู่ในบังคับของกฎหมาย รวมถึงต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (RSO) ทันตแพทย์จำนวนมากมองว่าเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดเกินความจำเป็นและมีโทษรุนแรงจนทำงานแทบไม่ได้ จึงรวมตัวคัดค้านอย่างกว้างขวางในปีนั้น

  ท่ามกลางกระแสคัดค้าน นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการ ทันตแพทยสภาอยู่ด้วย และเคยเข้าร่วมแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนี้มาก่อน ออกแถลงการณ์ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ แสดงท่าทีสนับสนุนกฎหมาย จึงมีสมาชิกทันตแพทยสภาร้องเรียนต่อ ทันตแพทยสภาให้สืบสวนจรรยาบรรณวิชาชีพทันตกรรม โดยกล่าวหาว่าการกระทำดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและไม่ให้เกียรติเพื่อนสมาชิก

  ทันตแพทยสภาส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวน ให้ทั้งสองฝ่ายให้ถ้อยคำ แล้วสรุปความเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล และคณะกรรมการทันตแพทยสภามีมติยกข้อกล่าวหาเมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ ผู้ร้องเรียนไม่เห็นด้วย นำคดีฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว โดยอ้างว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เปิดโอกาสให้นำพยานบุคคลเข้าให้ถ้อยคำ และคณะกรรมการใช้ดุลพินิจโดยมีเจตนาช่วยเหลือพวกพ้อง

  ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ตามศาลปกครองชั้นต้นให้ยกฟ้อง โดยได้อ่านผลแห่งคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 วินิจฉัยว่าแถลงการณ์นั้นออกในฐานะผู้แทนองค์กรตามมติคณะกรรมการทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูประถัมภ์ ไม่ใช่การกระทำโดยลำพังในฐานะกรรมการทันตแพทยสภา ส่วนการเข้าร่วมยกร่างกฎหมายก็เป็นเพราะได้รับหนังสือเชิญในฐานะตัวแทนสภาวิชาชีพ แม้ความเห็นจะไม่ตรงกับทันตแพทย์ส่วนใหญ่ ตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในหลายความเห็นที่ผู้มีอำนาจต้องประมวลข้อเสนอความเห็นของผู้ถูกฟ้องคดี มิได้ชี้ขาดการออกกฎหมาย และเมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือศีลธรรม จึงไม่กระทบต่อชื่อเสียงเกียรติคุณแห่งวิชาชีพ 

บทสรุป 

คดีนี้จบลงด้วยการที่ผู้ฟ้องคดี แพ้คดีทั้งสองชั้นศาล ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนผลคือ มติทันตแพทยสภาที่ยกข้อกล่าวหายังคงมีผลสมบูรณ์ กรรมการทันตแพทยสภาผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้ประพฤติผิดทางจรรยาบรรณวิชาชีพทันตกรรม และคดีถึงที่สุดแล้ว 

เหตุผลที่ศาลใช้ในการปิดคดีมีสองชั้น 

ชั้นแรกคือ การออกแถลงการณ์ทำในฐานะผู้แทนองค์กรตามมติของสมาคม และการเข้าร่วมยกร่างกฎหมายก็มาจากหนังสือเชิญของหน่วยงานรัฐ ความเห็นต่อการยกร่างกฎหมายซึ่งต่างกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ เป็นสิทธิไม่ใช่ความผิด 

ชั้นที่สองคือ กระบวนการสืบสวนของอนุกรรมการจรรยาบรรณศาลเห็นว่าเป็นกระบวนการดำเนินการโดยชอบ


หัวข้ออื่น ๆ :