รวบหมอฟันเถื่อน เปิดบ้านทำรีเทนเนอร์ ทำฟันปลอม Delivery สุดอันตรายเสี่ยงติดเชื้อ
ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ ทันตแพทยสภา และ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุข รวบหมอฟันเถื่อน เปิดบ้านทํารีเทนเนอร์-ทําฟันปลอม Delivery
สุดอันตรายเสี่ยงติดเชื้อ
กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตํารวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการ ของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สําเริง อําพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ ทันตแพทยสภา โดย ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ, ทพ.วัฒนะ ศรีวัฒนา กรรมการทันตแพทยสภา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดย นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปฏิบัติการจับกุมหมอฟันเถื่อน แอบลักลอบเปิดบ้านพักทํารีเทนเนอร์-ทําฟันปลอม Delivery บริการครบวงจร

พฤติการณ์สืบเนื่องจากกองกํากับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือจากทันตแพทยสภา ว่ามีการโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับจัดฟัน และทํารีเทนเนอร์สี ให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และได้รับเบาะแสจากประชาชนให้ตรวจสอบผู้ที่ ลักลอบประกอบวิชาชีพ ทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเปิดบริการรับทําฟันปลอมและรีเทนเนอร์ให้กับประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์นัดลูกค้าเข้ารับบริการภายในบ้านพัก เมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจลงพื้นที่ตรวจสอบจึงพบว่ามีการกระทําผิดกฎหมายจริง จนนํามาสู่การเข้าจับกุม ดังนี้

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทันตแพทยสภา และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจสอบ บ้านพักอาศัยในพื้นที่ ต.หนองน้ําส้ม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พบ น.ส.โชติกา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี กําลังจัดเตรียมแบบพิมพ์ฟัน และได้พิมพ์ฟันให้กับลูกค้า เพื่อทํารีเทนเนอร์สี จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.โชติกาฯ ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม และสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดําเนินการสถานพยาบาล
โดย น.ส.โชติกา ฯ ใช้วิธีเปิดเพจโฆษณาในเฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี “ รีเทนเนอร์ อยุธยา สวยครบ จบที่นี่ ” ซึ่งมีผู้ติดตามถึงเกือบ 2,000 คน โดยเปิดบ้านพักของตนเองให้บริการทํารีเทนเนอร์-ทําฟันปลอม Delivery ให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,800 บาท ผู้ต้องหานี้รับว่าจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยก่อนหน้านี้เคยให้บริการรับทําเล็บแต่รายได้ไม่ดี จึงศึกษาวิธีการจัดฟันจาก youtube และ Tiktok ซื้ออุปกรณ์การจัดฟันจาก Shopee ทํามาประมาณ 1 ปี มีลูกค้ามาทํารีเทนเนอร์-ทําฟันปลอม เดือนละไม่ต่ำ กว่า 40 ราย
เจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดําเนินคดี โดยการกระทําความผิดฐานประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต มีอัตราโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตและดําเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

เบื้องต้นการกระทําดังกล่าวเป็นความผิดตาม
1. พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐาน “ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและ รับใบอนุญาต”
2. กรณีสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดําเนินกิจการสถานพยาบาลโดย ไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการทันตกรรม มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสุขภาพช่องปาก ป้องกันโรค และส่งเสริมคุณภาพ ชีวิตโดยรวม ดังนั้น ผู้รับบริการจะต้องเลือกรับบริการจากสถานพยาบาล และแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย มิฉะนั้นก็อาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกาย อย่างในกรณี การจัดทํารีเทนเนอร์โดยคลินิก เถื่อนนั้น อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงต่อเรื่องของความสะอาด เช่น ขั้นตอนของการพิมพ์ฟันที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรค เมื่อนํามาพิมพ์ฟันผู้รับบริการรายถัดไป อาจเกิดการแพร่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
อีกทั้ง วัสดุที่นํามาทําให้ลูกค้า เป็นวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นวัสดุเลียนแบบอุปกรณ์จัดฟัน และอาจจะเป็นวัสดุที่ปนเปื้อนสารโลหะหนักมีพิษ หรือสีที่ใช้ อาจไม่ใช่สีที่ปลอดภัย หากมีการหลุดลอก หรือละลาย เมื่อร่างกายรับเข้าไปก็อาจจะเกิดโรค ประการสําคัญ การใส่รีเทนเนอร์แฟชั่น มักจะก่อให้เกิดแรงกดที่ตัวฟัน ทําให้ฟันเคลื่อนที่ เหงือกอักเสบ รากฟันได้รับการกระทบกระเทือน หรือลวดที่ใส่อาจจะบาดเนื้อเยื่อในช่องปากกลายเป็นแผล ซึ่งอาจลุกลาม เป็นมะเร็งได้
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแส การกระทําที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ของสถานพยาบาลเอกชน คลินิกเถื่อน หมอเถื่อน สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7002 เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้คือการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่คิด จะสวมรอยเป็นบุคลากรทางการแพทย์ แสวงหาผลประโยชน์บนความเสี่ยงและอันตราย โดยทําการรักษา ประชาชนอย่างไม่รับผิดชอบต่อสังคม การรับการรักษาจากหมอเถื่อนมีความเสี่ยงสูงมากที่จะนําไปสู่ การติด เชื้อ การรักษาผิดพลาด หรือแม้กระทั่งความพิการถาวรซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ และ สะท้อนให้เห็นว่า ความประมาทเพียงเล็กน้อยในการเลือกรับบริการ อาจเปลี่ยนชีวิตท่านไปตลอดกาล
เนื่องจากฟันเป็นอวัยวะสําคัญของร่างกายที่เราใช้บดเคี้ยว รวมถึงเสริมสร้างบุคลิกภาพ จําเป็นต้องรับ การรักษาจากทันตแพทย์ และสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยก่อนเข้ารับบริการ ทันตกรรม ต้องตรวจสอบป้ายชื่อทันตแพทย์ผู้ให้บริการในคลินิก และตรวจสอบสถานะใบอนุญาต สถานพยาบาลที่รักษาได้ที่เว็บไซต์ทันตแพทยสภาทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับตัวท่านเอง หากพบ เบาะแสที่น่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค
ทันตแพทย์สมยศ นะลำเลียง กรรมการทันตแพทยสภา กล่าวเน้นย้ำและขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการทางทันตกรรมหรือทำหัตถการในช่องปาก ควรตรวจสอบข้อมูลเพื่อความปลอดภัย:
1. ตรวจสอบผู้ให้บริการ (ต้องทำกับทันตแพทย์จริงเท่านั้น): ก่อนทำฟันทุกครั้ง ให้สังเกตป้ายชื่อทันตแพทย์ผู้ให้บริการที่ติดไว้ภายในคลินิก และนำชื่อ-นามสกุล ไปตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมได้โดยตรงที่ เว็บไซต์ของทันตแพทยสภา https://checkdent.dentalcouncil.or.th/
2. ตรวจสอบสถานที่ (ต้องเป็นคลินิกที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง): สถานที่ให้บริการต้องมีป้ายชื่อคลินิกและ เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลัก แสดงไว้อย่างชัดเจนบริเวณหน้าคลินิกหรือจุดรับบริการ
⚠️ ตระหนักถึงอันตรายร้ายแรงจากการทำฟันกับ "หมอฟันเถื่อน"
• อันตรายจากความสกปรกและโรคร้ายแรง: สถานที่เถื่อนมักไร้ระบบการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์ เครื่องมือที่ใช้ซ้ำเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง หรือการติดเชื้อโรคร้ายแรงทางเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเชื้อ HIV
• อันตรายจากวัสดุไร้คุณภาพ: อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในคลินิกเถื่อน มักเป็นเกรดอุตสาหกรรมหรือวัสดุราคาถูกที่ไม่ได้รับอนุมัติจาก อย. เสี่ยงต่อสารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็ง
• โครงสร้างฟันและกระดูกเสียหายถาวร: แรงดึงที่ผิดหลักวิชาชีพทำให้เหงือกอักเสบรุนแรง ฟันโยก รากฟันละลาย จนอาจต้องสูญเสียฟันแท้ไปอย่างถาวร
อย่าเห็นแก่ราคาถูกหรือความสวยงามตามกระแสแฟชั่นชั่วคราว เพราะผลกระทบในการรักษาแก้ไขฟันที่พังเสียหายจากหมอฟันเถื่อนนั้น สูงกว่าค่าบริการทันตกรรมตามปกติหลายเท่าตัว และบางกรณีไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมได้
หากประชาชนพบเห็นการแอบอ้างเป็นทันตแพทย์ หรือการเปิดคลินิกทำฟันเถื่อน/จัดฟันแฟชั่น สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ทันตแพทยสภา หรือ กองบังคับการปราบปรามการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป




