ทันตแพทยสภาผนึกกำลัง สบส. และ บก.ปคบ. กวาดล้างอดีตทันตแพทย์ลักลอบรักษาผู้ป่วย ชี้ทำผิดกฎหมายและเสี่ยงอันตรายร้ายแรง
ข่าวประชาสัมพันธ์: ทันตแพทยสภา
ทันตแพทยสภาผนึกกำลัง สบส. และ บก.ปคบ. กวาดล้างอดีตทันตแพทย์ลักลอบรักษาผู้ป่วย ชี้ทำผิดกฎหมายและเสี่ยงอันตรายร้ายแรง

ทันตแพทยสภา ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมอดีตทันตแพทย์ที่ยังคงลักลอบให้บริการประชาชนในคลินิก ทั้งที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไปแล้ว

สืบเนื่องวันที่ 3 มีนาคม 2569 ทันตแพทยสภา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.)เข้าตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัยว่าทำการรักษาประชาชนในคลินิกทันตกรรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร

จากการตรวจสอบพบ น.ส.เอ (สงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 50 ปี กำลังให้บริการทำหัตถการพิมพ์ปากสำหรับทำฟันปลอมให้กับผู้ป่วยในคลินิกดังกล่าว ทั้งนี้ น.ส.เอ เคยได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในปี พ.ศ. 2549 และทำงานในคลินิกแห่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 แต่ได้ถูกทันตแพทยสภาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ทว่ายังคงฝ่าฝืนให้การรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

รศ.ดร.ทพ.ไชยรัตน์ เฉลิมรัตนโรจน์ นายกทันตแพทยสภา ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของสภาฯ ว่า ทันตแพทยสภาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและมาตรฐานของวิชาชีพ โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางสภาฯ ขอเน้นย้ำประเด็นสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
การตรวจสอบสถานะ: เจ้าของคลินิกทันตกรรมมีหน้าที่ต้องตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผ่านระบบของทันตแพทยสภาก่อนรับทันตแพทย์เข้าทำงาน
ความรับผิดชอบของผู้ดำเนินการ: ทันตแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องกำกับดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรเป็นการเพียงแค่ "แขวนชื่อ" และต้องรับผิดชอบตามกฎหมายรวมถึงจรรยาบรรณวิชาชีพหากเกิดเหตุที่กระทบต่อผู้ป่วย
การอัปเดตข้อมูล: ขอให้ทันตแพทย์ทุกท่านตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลในระบบของทันตแพทยสภาให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อรองรับการตรวจสอบสถานะจากประชาชนที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
ด้านบทลงโทษทางกฎหมาย: การกระทำของอดีตทันตแพทย์รายนี้ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐานประกอบวิชาชีพในระหว่างที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาทำการรักษานั้น จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกสั่งปิดสถานพยาบาลชั่วคราวหรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ป่วย เช่น การติดเชื้อรุนแรงหรือลุกลามเป็นมะเร็งในช่องปาก รวมถึงอันตรายจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
ทันตแพทยสภา ขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกท่าน ตรวจสอบป้ายชื่อแพทย์ที่ปฏิบัติงานจริงในคลินิก และตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ทันตแพทยสภา https://dentalcouncil.or.th/FindDentist ก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง




